กลับไปหน้าบทความ
การตลาดและการเติบโต12 นาทีทีม FastContentอัปเดต 24 มิถุนายน 2569

ขายของ Shopee หักกี่เปอร์เซ็นต์ สรุปค่าธรรมเนียมปี 2026

ขายของ shopee หักกี่เปอร์เซ็นต์ ดูให้ครบทั้งค่าคอม ค่าบริการ และต้นทุนแฝง พร้อมวิธีคิดกำไรจริงก่อนตั้งราคาขายให้คุ้ม

ขายของ Shopee หักกี่เปอร์เซ็นต์ สรุปค่าธรรมเนียมปี 2026

ขายของ Shopee หักกี่เปอร์เซ็นต์ และต้องคิดต้นทุนยังไง

คำถามที่เจ้าของร้านถามบ่อยที่สุดคือ ขายของ shopee หักกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะพอเห็นยอดขายในหน้าร้านแล้ว เงินที่เข้าจริงมักไม่ตรงกับที่คาดไว้เสมอไป จุดที่ทำให้กำไรหายไม่ใช่แค่ค่าคอมมิชชั่น แต่ยังมีค่าบริการอื่นที่ซ้อนกันอยู่หลายชั้นด้วย

ถ้าคิดต้นทุนแบบดูแค่ราคาสินค้าอย่างเดียว มักพลาดง่ายมาก โดยเฉพาะร้านที่มีโปรส่งฟรี ใช้โค้ดส่วนลด หรือเข้าร่วมแคมเปญใหญ่ ตัวเลขที่เห็นบนหน้าร้านจึงเป็นเพียงยอดขายขั้นต้น ไม่ใช่กำไรจริง

บทความนี้จะพาไล่ดูโครงสร้างค่าหักแบบจับต้องได้ ว่ามีอะไรบ้าง คิดจากยอดไหน และควรตั้งราคาขายยังไงให้เหลือกำไรพอสำหรับร้าน SME หรือครีเอเตอร์ที่ขายจริงทุกวัน

Shopee หักค่าอะไรบ้างตอนขายของ

เวลาขายบน Shopee ค่าใช้จ่ายไม่ได้มีก้อนเดียว แต่เป็นหลายส่วนที่ทำงานพร้อมกัน ถ้าไม่แยกให้ชัด จะคิดกำไรคลาดเคลื่อนได้ง่าย โดยเฉพาะร้านที่มีสินค้าหลายหมวด หรือใช้หลายช่องทางขนส่งร่วมกัน

ค่าธรรมเนียมขายสินค้าและค่าคอมมิชชั่นร้านค้า

ส่วนแรกคือ ค่าคอมมิชชั่น หรือค่าธรรมเนียมจากการขายสินค้า ซึ่งมักคิดตามเงื่อนไขของแต่ละประเภทบัญชีและหมวดสินค้า ตรงนี้หลายร้านมักเข้าใจว่ามีแค่เปอร์เซ็นต์เดียว แต่จริงๆ แล้วอัตราอาจต่างกันตามสถานะร้านหรือโปรแกรมที่เข้าร่วม

วิธีดูให้แม่นคือแยกยอดขายออกเป็น 1 ออเดอร์แล้วค่อยไล่หักทีละส่วน ตัวอย่างเช่น ถ้าขายเสื้อ 300 บาท แต่มีค่าคอมมิชชั่น ค่าส่งที่ร้านช่วยออก และส่วนลดจากแคมเปญ ยอดสุทธิจะเหลือไม่เท่ากับ 300 บาทแน่นอน ร้านที่ขายสินค้าราคาต่ำจะรู้สึกชัดมาก เพราะค่าหักเป็นสัดส่วนที่กินมาร์จิ้นง่าย

ค่าบริการชำระเงินและค่าใช้จ่ายอื่นที่มักลืมเช็ก

อีกส่วนคือ ค่าบริการชำระเงิน เช่น ค่าดำเนินการจากช่องทางจ่ายเงินที่แพลตฟอร์มรองรับ รวมถึงค่าใช้จ่ายแฝงอย่างส่วนลดร้านค้า คูปองส่งฟรี หรือค่าขนส่งที่ร้านรับภาระเอง จุดนี้หลายคนมองข้าม เพราะไม่เห็นเป็นบรรทัดเดียวในต้นทุนสินค้า

ในทางปฏิบัติ ร้านที่มีกำไรบางอยู่แล้วจะกระทบชัดมาก ถ้าจัดโปรแรงเกินไปกำไรต่อชิ้นอาจหายทันที แม้ยอดออเดอร์จะดูดี ตัวเลขที่ควรเช็กทุกครั้งคือยอดขายก่อนหัก ยอดส่วนลด และยอดรับสุทธิ เพราะสามตัวนี้บอกความจริงคนละมุม

ค่าธรรมเนียม Shopee ค่าคอมมิชชั่น ค่าบริการชำระเงิน และต้นทุนแฝง

ขายของ Shopee หักกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดจากยอดขายจริง

ถ้าถามตรงๆ ว่า ขายของ shopee หักกี่เปอร์เซ็นต์ คำตอบคือไม่มีเลขเดียวตายตัว เพราะเปอร์เซ็นต์ที่โดนหักขึ้นอยู่กับประเภทบัญชี หมวดสินค้า และบริการที่ร้านเลือกใช้ ร้านหนึ่งอาจเสียต้นทุนรวมต่ำกว่าอีกร้านได้ แม้ขายสินค้าใกล้เคียงกันก็ตาม

วิธีคำนวณแบบง่ายด้วยตัวเลขตัวอย่าง

สมมติขายสินค้า 500 บาท แล้วมีค่าคอมมิชชั่น 10% ร้านจะถูกหัก 50 บาท แต่ถ้าเพิ่มค่าส่วนลดร้านอีก 20 บาท และค่าธรรมเนียมชำระเงิน 5 บาท เงินรับสุทธิจะเหลือ 425 บาท ยังไม่รวมต้นทุนสินค้าและค่าส่งที่ร้านจ่ายเพิ่มเอง

ลองคิดดู ถ้าสินค้ามีต้นทุน 250 บาท และแพ็กของอีก 15 บาท กำไรขั้นต้นจริงจะเหลือ 160 บาท ก่อนหักค่าแรงและค่าเผื่อสินค้าคืน ตัวอย่างนี้ทำให้เห็นว่าแค่รู้ค่าคอมมิชชั่นอย่างเดียวไม่พอ ต้องมองยอดรับสุทธิเป็นหลัก

ทำไมยอดที่ได้จริงถึงไม่เท่าราคาหน้าร้าน

เพราะราคาหน้าร้านคือยอดตั้งต้น ส่วนยอดที่เข้ากระเป๋าคือเงินหลังถูกหักหลายรายการ ร้านที่ใช้โค้ดส่วนลดบ่อยหรือเข้าร่วมส่งฟรีจะเห็นความต่างมากเป็นพิเศษ สินค้าบางหมวดที่ราคาขายต่ำ ยิ่งโดนหักแล้วสัดส่วนกำไรจะบางลงไว

สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือยอดคืนเงินหรือคำสั่งซื้อที่มีการยกเลิก หากร้านไม่ตรวจสรุปรายวัน อาจเข้าใจผิดว่าขายดี แต่เงินจริงไม่สมดุล แนะนำให้ดูรายงานหลังบ้านทุกครั้งว่าออเดอร์ไหนถูกหักจากอะไรบ้าง แล้วบันทึกเป็นสูตรต้นทุนของร้านเอง

คำนวณยอดขายจริงหลังหักค่าธรรมเนียม Shopee และเงินรับสุทธิ

Shopee หักต่างกันไหมระหว่างร้านใหม่ ร้านปกติ และร้านที่เข้าร่วมโปร

ต้นทุนรวมของร้านบน Shopee ต่างกันได้จริง โดยเฉพาะเมื่อสถานะร้านและการเข้าร่วมโปรโมชันไม่เหมือนกัน ร้านใหม่มักได้แรงส่งจากแคมเปญเปิดร้าน ส่วนร้านปกติจะเจอค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขมาตรฐานของตนเอง

ผลของการเข้าร่วมแคมเปญต่อค่าธรรมเนียม

เมื่อร้านเข้าร่วมแคมเปญ ยอดขายอาจเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนต่อออเดอร์ก็อาจสูงขึ้นจากส่วนลด โค้ดส่งฟรี หรือข้อกำหนดเฉพาะของแคมเปญ ร้านที่ขายสินค้าราคาไม่สูงควรระวังมาก เพราะส่วนลดเพียงไม่กี่สิบบาทอาจเท่ากับกำไรเกือบทั้งออเดอร์

ตัวอย่างเช่น สินค้าชิ้นละ 129 บาท ถ้าเข้าโปรส่งฟรีและต้องออกส่วนลดเองร่วมด้วย กำไรที่ควรได้อาจหายไปเกือบหมด แม้จำนวนออเดอร์จะดูดีในหน้ารายงาน ดังนั้นการเข้าร่วมโปรควรมองเป็นการซื้อทราฟฟิก ไม่ใช่ยอดขายล้วนๆ

สิทธิประโยชน์ที่อาจได้แลกกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

ร้านที่เข้าร่วมโปรมีโอกาสได้การมองเห็นมากขึ้น และบางช่วงอาจได้โอกาสปิดการขายจากลูกค้าที่ลังเลอยู่แล้ว แต่ต้องชั่งกับมาร์จิ้นจริง ถ้ากำไรต่อชิ้นต่ำเกินไป การดันยอดด้วยโปรหนักๆ อาจไม่คุ้ม

มุมที่ควรใช้คือดูยอดขายรวมควบคู่กับกำไรสุทธิ ไม่ใช่ดูแต่จำนวนชิ้นที่ออกไป ร้านที่มีสินค้าหลากหลายอาจเลือกเอาเฉพาะ SKU ที่มาร์จิ้นสูงเข้าโปร ส่วนตัวที่กำไรบางให้ขายแบบปกติ วิธีนี้ช่วยคุมทิศทางร้านได้ดีกว่าเข้าทุกแคมเปญแบบไม่เลือก

ร้านใหม่ ร้านปกติ และร้านที่เข้าร่วมโปร Shopee ค่าธรรมเนียมต่างกัน

วิธีตั้งราคาขายให้ไม่โดนค่าหักกินกำไร

การตั้งราคาที่ดีควรเริ่มจากต้นทุนจริง ไม่ใช่ตั้งจากราคาตลาดแล้วค่อยมาลุ้นกำไรทีหลัง ถ้าอยากรู้ว่า ขายของ shopee หักกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วกระทบราคายังไง ต้องเอาค่าหักเข้าไปอยู่ในสูตรตั้งราคาตั้งแต่แรกเลย

ตั้งราคาจากต้นทุนรวมก่อนค่อยบวกมาร์จิ้น

เริ่มจากรวม ต้นทุนสินค้า ค่าขนส่งที่ร้านรับเอง ค่าแพ็กของ และเผื่อค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มไว้ จากนั้นค่อยบวกกำไรที่ต้องการ วิธีนี้ช่วยให้รู้ว่าราคาขั้นต่ำควรอยู่ตรงไหน ถ้าต่ำกว่านั้นไม่ควรขาย

ตัวอย่างร้านเครื่องสำอางอาจมีต้นทุนสินค้า 80 บาท ค่ากล่องและซอง 8 บาท ค่าขนส่งเฉลี่ย 25 บาท และค่าธรรมเนียมรวมอีกส่วนหนึ่ง หากตั้งราคาขาย 129 บาทโดยไม่คิดส่วนนี้ไว้ กำไรจริงอาจแทบไม่เหลือ

แยกราคาตามช่องทางขายช่วยคุมกำไรได้จริง

ถ้าร้านขายหลายช่องทาง ควรมีราคาขายแยกตามแพลตฟอร์มด้วย ช่องทางที่มีค่าธรรมเนียมสูงกว่าควรเผื่อ margin ไว้มากกว่า ส่วนช่องทางที่ค่าหักต่ำอาจตั้งราคายืดหยุ่นได้กว่า ร้านที่มีสินค้าหน้าร้านและออนไลน์พร้อมกันจะเห็นข้อดีชัด

ข้อควรระวังคืออย่าลดราคาตามคู่แข่งอย่างเดียว เพราะบางร้านต้นทุนโครงสร้างไม่เหมือนกัน ถ้าเอาราคาเขามาใช้ตรงๆ แล้วไม่ได้เช็กค่าหักของตัวเอง กำไรจะบางลงแบบไม่รู้ตัว การตั้งราคาที่ดีคือขายได้และเหลือเงินพอหมุนสต็อกต่อ

วิธีตั้งราคาขาย Shopee ให้ไม่โดนค่าหักกินกำไร

เช็กลิสต์ก่อนลงขายเพื่อคุมต้นทุนและเพิ่มกำไร

ก่อนกดลงสินค้า อย่าเพิ่งดูแค่รูปสวยหรือคำบรรยายดี ควรเช็กต้นทุนก่อน เพราะรายได้ที่สวยในหน้าร้านอาจกลายเป็นกำไรบางมากถ้าตั้งค่าธรรมเนียมผิดตั้งแต่แรก

วิธีเช็กค่าธรรมเนียมจากหน้าร้านและหน้าตั้งค่า

เข้าไปดูหน้ารายละเอียดร้านและหน้าตั้งค่าขนส่ง รวมถึงหน้ารายงานออเดอร์เป็นประจำ จุดสำคัญคือดูว่าร้านอยู่ในโปรอะไรบ้าง มีเงื่อนไขส่งฟรีหรือโค้ดส่วนลดที่ยังเปิดใช้อยู่หรือไม่ และมีการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมในหมวดสินค้าของตัวเองหรือเปล่า

ในทางปฏิบัติ ร้านจำนวนมากไม่ได้เสียเพราะค่าธรรมเนียมสูงอย่างเดียว แต่เสียเพราะลืมเช็กการตั้งค่าที่เปิดทิ้งไว้ เช่น โปรลดราคาอัตโนมัติหรือคูปองร้านที่หมดอายุไม่ตรงเวลา การตรวจเดือนละครั้งช่วยลดความคลาดเคลื่อนได้มาก

สัญญาณว่าร้านควรปรับราคา หรือหยุดบางโปรโมชัน

ถ้ายอดขายขึ้นแต่ยอดเงินสุทธิต่อออเดอร์ลดลงต่อเนื่อง แปลว่าร้านกำลังแลกกำไรกับยอดนิยมอยู่ อาจต้องปรับราคา ลดจำนวนโปร หรือคัดเฉพาะ SKU ที่คุ้มต้นทุนเข้าร่วมแคมเปญ

อีกสัญญาณคือสต็อกหมุนเร็วแต่เงินสดตึง เพราะออเดอร์เยอะไม่ได้แปลว่ามีกำไรเยอะเสมอ ร้านควรทบทวนตัวเลขทุกเดือน ดูทั้งอัตราหัก ต้นทุนแพ็ก และค่าใช้จ่ายแฝง แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะดันสินค้าไหนต่อ การทำแบบนี้ช่วยให้ร้านโตแบบไม่เจ็บตัว

สรุปขายของ Shopee หักกี่เปอร์เซ็นต์แบบเข้าใจง่าย

คำตอบของ ขายของ shopee หักกี่เปอร์เซ็นต์ คือไม่มีตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน ต้องดูทั้งค่าคอมมิชชั่น ค่าบริการชำระเงิน ส่วนลด โค้ด และต้นทุนขนส่งที่ร้านรับไว้เอง ร้านที่คำนวณแค่ค่าธรรมเนียมตัวเดียวมักประเมินกำไรสูงเกินจริง

ถ้าอยากคุมร้านให้ได้ ควรเริ่มจากคิดต้นทุนต่อออเดอร์จริง ใช้ยอดรับสุทธิแทนยอดขายหน้าโพสต์ และตั้งราคาสำรองไว้สำหรับโปรโมชันที่อาจเกิดขึ้น จากนั้นค่อยทบทวนทุกเดือนว่ารายการไหนคุ้มและรายการไหนควรหยุด

ถ้าคุณกำลังวางแผนทำคอนเทนต์ขายของหรืออธิบายราคาสินค้าให้ลูกค้าเข้าใจง่าย ลองเอาสูตรนี้ไปใช้กับร้านของตัวเอง แล้วค่อยปรับตามข้อมูลจริงที่ได้จากหลังบ้านของ Shopee จะช่วยตัดสินใจเรื่องราคาได้แม่นขึ้นมาก

บทความที่เกี่ยวข้อง

สร้างบทความแบบนี้ใน 60 วินาที
ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต